บุหรี่

และ บุหรี่ไฟฟ้า

ทำไมบ้านต้องปลอดบุหรี่???

ควันบุหรี่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง!!!

  • สารพิษในบุหรี่ สามารถผ่านทางรกเข้าสู่ทารกในครรภ์ได้ โดยที่คาร์บอนมอนอกไซด์จะไปจับตัวกับเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถรับออกซิเจนได้ มีผลให้ทารกในครรภ์ได้รับออกซิเจนลดลง ทำให้เกิดอาการครรภ์เป็นพิษอันมีผลให้
      • เด็กแท้ง
      • เด็กที่คลอดมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ
      • คลอดก่อนกำหนด
      • เด็กจะมีปัญหาของโรคระบบทางเดินหายใจ เมื่อเติบโตขึ้น
      • มีอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคไหลตายในเด็ก หรือ Sudden Infant Death Syndrome (SIDS) สูงขึ้น
      • เกิดความพิการ ปากแหว่ง เพดานโหว่ แต่กำเนิด
  • การได้รับควันบุหรี่ของเด็ก ทำให้มีโอกาสเป็นโรคหืดเพิ่มขึ้น 2 เท่า ถ้าอยู่ในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่อย่างน้อย 10 มวนต่อวัน
  • การได้รับควันบุหรี่จะทำให้เด็กที่มีอาการโรคหืดอยู่แล้ว เกิดอาการหอบบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำขังในช่องหูส่วนกลาง ส่งผลต่อการพัฒนาการับรู้และการทรงตัวของเด็กในอนาคต
  • สารพิษในควันบุหรี่สามารถสะสมในร่างกายเด็กได้ และมีผลอย่างมากต่อการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งปอดในอนาคต

สิ่งดี ๆ เมื่อคุณไม่สูบบุหรี่ในบ้าน

  • อากาศในบ้านคุณจะสดชื่น เพราะไม่มีกลิ่นควันบุหรี่รบกวน
  • คุณไม่ต้องกังวลว่าคนในบ้านจะได้รับอันตรายจากควันบุหรี่
  • ลดโอกาสที่ลูกคุณจะกลายเป็นคนสูบหรี่
  • คุณไม่ต้องเสียเวลา กำลังงาน เงินทอง ในการกำจัดสิ่งที่ไม่น่าดู เพราะบุหรี่ทำไว้ เช่น รอยบุหรี่ บนโซฟา บนพรม ผ้าม่านที่เหม็นควันบุหรี่ และก้นบุหรี่ตามที่ต่าง ๆ
  • ไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ทำให้คุณเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น
  • ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ้าน

บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ (บุหรี่ไฟฟ้า)

ปัจจุบันพบว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหลายชนิด ได้แก่ นิโคตินซึ่งมักจะมีปริมาณที่สูงกว่าบุหรี่มวน ซึ่งนิโคตินสามารถทำให้หัวใจวายได้

โดยบุหรี่ไฟฟ้ามีสารก่อมะเร็ง, โลหะหนัก, สารอินทรีย์ระเหยง่าย,อนุภาคขนาดเล็ก และสารเติมแต่งรสและกลิ่น ซึ่งงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าสารเหล่านี้มีผลต่อระบบการทำงานต่างของร่างกาย เช่น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมองของเด็กผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคปอดอักเสบ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไตวาย โรคตับ และโรคมะเร็ง เป็นต้น

บุหรี่ไฟฟ้าไม่ช่วยลดการสูบบุหรี่

การทบทวนงานวรรณกรรมล่าสุดที่รวมรวมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้มาวิเคราะห์

สรุปได้ว่า...

บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยให้ลดการสูบบุหรี่หรือเลิกบุหรี่ แต่ทำให้การเลิกสูบบุหรี่ยากขึ้น รวมทั้งไม่ได้ช่วยลดปริมาณการบริโภคยาสูบในประชากรโดยรวม

บุหรี่ไฟฟ้าก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลรอบข้าง

ควันที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้ามีสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ปริมาณสารโคตินินในปัสสาวะของคนที่ไม่สูบบุหรี่ที่อยู่ร่วมกับคนสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีปริมาณโคตินินที่สูงกว่าสภาวะปกติเช่นเดียวกับการอยู่ร่วมกับคนที่สูบบุหรี่มวน

จึงสรุปได้ว่า... บุคคลที่อยู่รอบข้างผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าได้รับสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกาย


บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดผู้สูบหน้าใหม่

โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน รวมทั้งแนวโน้มของการชักนำผู้สูบใช้สารเสพติดชนิดอื่น...

ปัจจุบันมีการยอมรับทั่วโลกแล้วว่าบุหรี่ไฟฟ้าก่อให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ งานวิจัยล่าสุดพบว่า วัยรุ่นที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าจะมีแนวโน้มการสูบบุหรี่มวนสูงกว่าวัยรุ่นที่ไม่เคยใช้บุหรี่ไฟฟ้าถึง 7 เท่าในปีถัดไป เป็นการย้ำว่าวัยรุ่นไม่ได้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเครื่องมือในการช่วยเลิกบุหรี่ แต่ใช้เพราะความดึงดูดของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีรสชาติและกลิ่นชวนให้อยากทดลอง และมีความเชื่อผิดๆที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีความปลอดภัย นอกจากนี้ยังพบการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนสัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดอื่นๆ เช่น สุรา กัญชา เป็นต้น ในประเทศไทยปัจจุบันพบนักเรียนมัธยมปลายเคยสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง30.5% และนักศึกษามหาวิทยาลัยเคยสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง61%


ข้อเสนอแนะมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย

สนับสนุนให้รัฐบาลคงมาตรการห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย ห้ามบริการ และห้ามครอบครอง บุหรี่ไฟฟ้าต่อไป เนื่องจากมีงานวิจัยออกมายืนยันถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งต่อตัวผู้สูบและบุคคลรอบข้าง และที่สำคัญที่สุดเพื่อป้องกันเยาวชนไทยจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายและจะนำไปสู่การใช้บุหรี่มวนและสารเสพติดชนิดอื่นๆ